Italia con Yen
Where to go in the northern part of Italy
![]() |
| AFS 56 ITALY |
Ciaoooo!!! ทุกคนเราชื่อเยน เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศอิตาลีรุ่นที่56 และเนื่องจากว่า1ปีที่ผ่านมาเราได้เที่ยวเยอะมากกก วันนี้เราก็เลยจะพาไปเที่ยวเมืองเหนืออิตาลีกัน โดยเมืองที่อยากจะแนะนำในวันนี้ก็มีทั้งหมด 3 เมือง คือ Turin Milan และ Venice
1. TURIN(ตูริน)
ตูรินเป็นเมืองที่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของอิตาลี ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวส่วนมากจะเป็นปราสาทและโบสถ์ โดยสถานีรถไฟสถานีหลักของเมือง คือ Torino Porta Nuova ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับสถานทีรถไฟหัวลำโพงที่ประเทศไทยเรานั่นเอง
![]() |
| สถานีรถไฟ Torino Porta Nuova |
![]() |
| ภาพวิวที่ถ่ายไปยังพิพิธภัณฑ์ในช่วงหน้าหนาว |
![]() |
| ด้านในของตัวพิพิธภัณฑ์ |
นอกจากนี้ ใจกลางของตัวเมืองยังมีจตุรัสที่เป็นที่ตั้งของปราสาทเก่าแก่ของเมืองอีกด้วย จตุรัสนี้เป็นที่นิยมในการถ่ายรูปมากๆ เพราะมีทั้งแสงแดด น้ำพุ และพื้นที่ที่ไม่ต้องเบียดใครถ่ายรูปบนถนนเส้นเล็กๆเส้นอื่น
![]() |
| จตุรัส Piazza Castello |
เมืองนี้เป็นที่รู้จักกันดีในนามเมืองแฟชั่น แต่ไม่เพียงแค่ด้านแฟชั้นเท่านั้นที่เมืองนี้โด่งดัง แต่ยังมีทั้ง โบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นLombardy และห้างที่มีจุดหมุนที่มีความเชื่อว่าจะให้โชคดีกับเราด้วย
ส่วนข้างในของห้างVittorioนั้น ร้านที่ขายของส่วนมากจะเป็นแบรนด์เนมต่างๆที่โด่งดังในแถบยุโรป นักท่องเที่ยวในบริเวณนี้ส่วนมากจะเป็นชาวจีน เพราะเดินไปอีกไม่ไกลก็จะเจอห้างRinascente ที่เป็นที่ขายของแบรนด์เนมอีกที่เหมือนกัน
การเดินทางในเมืองมิลานเป็นเมืองที่เดินทางภายในเมืองได้สะดวกที่สุด เพราะว่ามีรถไฟใต้ดินหลายสายมาก และครอบคลุมทั่วเมือง ยังไงก็ตาม ถ้าจะเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถไฟใต้ดิน ควรระมัดระวังเรื่องกระเป๋าและของมีค่าให้มากๆ เพราะว่ามิลานนอกจากจะเป็นเมืองแฟชั่นแล้ว ยังขึ้นชื่อเรื่องที่มีนักล้วงกระเป๋าเยอะที่สุดเมืองนึงเลย
3. Venice(เวนิส)
เวนิสเองก็เป็นอีกเมืองนึงที่คนน่าจะรู้จักตั้งแต่ได้ยินชื่อ แต่อาจจะไม่ได้รู้ว่า นอกจากนั่งเรือเล่นแล้ว เวนิสยังมีกิจกรรมอะไรอย่างอื่นให้ทำอีกบ้าง เราเลยจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ใช่การล่องเรือชมเมืองกัน
ที่แรกในเมืองเวนิสเลยคือ โบสถ์St.Mark ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเวนิส และเป็นแลนด์มาร์คเก่าแก่ของเมืองนี้เลย ไม่เพียงแค่ด้านนอก แต่ด้านในตัวโบสถ์ก็สวยงามไม่แพ้กันเลย
อีกที่หนึ่งที่คนไปเที่ยวเยอะพอกันคือ พระราชวังดอจ (Palazzo Ducale) โดยพระราชวังนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโบสถ์มาก สามารถเดินเท้าได้ในไม่กี่นาที ภายในพระราชวังก็จะมีภาพจิตกรรมต่างๆมากมายให้เราได้เดินชมกัน
ทั้งหมดที่เขียนมาด้านบนนี้ ก็เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆน้อยๆของเมืองในส่วนเหนือของประเทศอิตาลี บางรูปมองในภาพก็อาจจะสวยไม่เท่ากับที่มองของจริง หรือการได้เข้าไปในโบสถ์ทุกๆโบสถ์แล้วได้เห็นประติมากรรมต่างๆ เราจะเห็นได้ว่า อิตาลีเป็นประเทศที่น่าเที่ยวมากๆเมืองนึง เราก็คงไม่สามารถนำมานำเสนอได้หมด แต่ว่าก็คงต้องจากกันไปแค่เท่านี้แล้ว Bye Bye jaaaaa
![]() |
| โบสถ์Duomoและทางเข้าห้าง Vittorio Emanuele |
![]() |
| ภายในของห้าง |
ส่วนข้างในของห้างVittorioนั้น ร้านที่ขายของส่วนมากจะเป็นแบรนด์เนมต่างๆที่โด่งดังในแถบยุโรป นักท่องเที่ยวในบริเวณนี้ส่วนมากจะเป็นชาวจีน เพราะเดินไปอีกไม่ไกลก็จะเจอห้างRinascente ที่เป็นที่ขายของแบรนด์เนมอีกที่เหมือนกัน
การเดินทางในเมืองมิลานเป็นเมืองที่เดินทางภายในเมืองได้สะดวกที่สุด เพราะว่ามีรถไฟใต้ดินหลายสายมาก และครอบคลุมทั่วเมือง ยังไงก็ตาม ถ้าจะเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถไฟใต้ดิน ควรระมัดระวังเรื่องกระเป๋าและของมีค่าให้มากๆ เพราะว่ามิลานนอกจากจะเป็นเมืองแฟชั่นแล้ว ยังขึ้นชื่อเรื่องที่มีนักล้วงกระเป๋าเยอะที่สุดเมืองนึงเลย
3. Venice(เวนิส)
เวนิสเองก็เป็นอีกเมืองนึงที่คนน่าจะรู้จักตั้งแต่ได้ยินชื่อ แต่อาจจะไม่ได้รู้ว่า นอกจากนั่งเรือเล่นแล้ว เวนิสยังมีกิจกรรมอะไรอย่างอื่นให้ทำอีกบ้าง เราเลยจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ใช่การล่องเรือชมเมืองกัน
ที่แรกในเมืองเวนิสเลยคือ โบสถ์St.Mark ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเวนิส และเป็นแลนด์มาร์คเก่าแก่ของเมืองนี้เลย ไม่เพียงแค่ด้านนอก แต่ด้านในตัวโบสถ์ก็สวยงามไม่แพ้กันเลย
![]() |
| โบสถ์ St.Mark |
ทั้งหมดที่เขียนมาด้านบนนี้ ก็เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆน้อยๆของเมืองในส่วนเหนือของประเทศอิตาลี บางรูปมองในภาพก็อาจจะสวยไม่เท่ากับที่มองของจริง หรือการได้เข้าไปในโบสถ์ทุกๆโบสถ์แล้วได้เห็นประติมากรรมต่างๆ เราจะเห็นได้ว่า อิตาลีเป็นประเทศที่น่าเที่ยวมากๆเมืองนึง เราก็คงไม่สามารถนำมานำเสนอได้หมด แต่ว่าก็คงต้องจากกันไปแค่เท่านี้แล้ว Bye Bye jaaaaa








